Energy ภายใต้ บริษัท Young & Rubicam ในเครือ WPP เปิดสถานีเติมความคิด
เพื่อนำเสนอเคล็ดลับ และกรณีศึกษาในการบริหารแบรนด์และกิจกรรมทางการตลาดจากทั่วทุกมุมโลก
ที่เป็นเสมือนเชื้อเพลิงทางความคิดเพื่อจุดประกายให้ “แบรนด์ฟิต สตาร์ทติด ธุรกิจโต”
นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเดชะ รองประธาน และผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การสื่อสาร
แบรนด์ ในกลุ่มบริษัท ยังก์ แอนด์ รูบิแคม เปิดโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ นำเสนอกลยุทธ์
เคล็ดลับไอเดียในการบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาด ภายใต้ชื่องาน Idea Fuel Day “คิดให้
แบรนด์ฟิต สตาร์ทติด ธุรกิจโต” โดยรวบรวมไอเดีย กลยุทธ์ในการพัฒนาแบรนด์ ผ่าน 4 สูตรเชื้อเพลิง
ทางความคิด ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และภาวะการแข่งขันของธุรกิจที่ดุเดือด
ในปัจจุบัน
“ธุรกิจจะเติบโตได้ต้องมีพลังไอเดียไว้ขับเคลื่อนให้ก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ เราจึงไม่หยุดที่จะ
สรรหาพลังไอเดียการบริหารแบรนด์ และสื่อสารการตลาดใหม่ๆ มานำเสนอ ซึ่งกลยุทธ์ 4 สูตรเชื้อเพลิง
ทางความคิดของเรา ได้แก่ 1.สูตรเร่งพลัง “แบรนด์ก้าวหน้าไม่ยั้ง เพิ่มพลังด้วยไอเดีย ” 2.สูตรฟื้นฟู
“ เรียนรู้จากสิ่งพลาดพลั้ง พลิกฟื้น แบรนด์อีกครั้ง ด้วยพลัง ไอเดีย ” 3.สูตรมัดใจ “มัดใจผู้บริโภค เพื่อ
ความรุ่งโรจน์ของแบรนด์ ” และ 4.สูตรประหยัด “ ไอเดียสะพัด ผลที่ได้รับคุ้มการลงทุน ” แต่ละสูตรก็
จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกหลายประการ”
ตัวอย่างเช่น สูตรเร่งพลัง เพื่อให้การเริ่มต้นธุรกิจในปี 2553 เป็นไปอย่างสวยงาม โดยประกอบ
ด้วย 9 พลังความคิด กล่าวคือ Think Big “เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ดัง” Think Different “คิดแตกต่างและสร้าง
ตัวตนที่ชัดเจน Think Provocative “คิดยั่วยวน ยั่วยุอารมณ์” Think Engagement “คิดเชื้อเชิญเสริม
ประสบการณ์ Think Impulse “ คิดกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อ ” Think Sentimental Value “คิดสร้างมูลค่า
ทางใจ” Think Torment “คิดทรมานจิตใจผู้บริโภค” ด้วยคติว่า “ยิ่งได้ยากยิ่งอยากได้” Think Excitement
“คิดสรรสร้างความตื่นเต้น Think Generosity “คิดดี ทำดี Revitalizing Formula สูตรฟื้นฟู “เรียนรู้จาก
สิ่งพลาดพลั้ง พลิกฟื้น แบรนด์อีกครั้ง ด้วยพลัง ไอเดีย”
“สำหรับสูตรฟื้นฟู ประกอบด้วยเคล็ดลับ 7 ประการเพื่อการพลิกสถานการณ์วิกฤติ ได้แก่ 1.รู้จักสร้าง
เสน่ห์จากตัวตนที่มีอยู่ 2.เก่งแบบรอบคอบด้วย Core Competency ของตน 3.ยอมรับในขอบเขตที่แบรนด์
หนึ่งๆ จะสามารถขยายตัวไปได้ 4.คิดอย่างรับผิดชอบ และแสดงออกอย่างให้เกียรติ 5.เป็นเพื่อนที่มีสีสัน
เชื่อมสัมพันธ์กับผู้บริโภคทั้งอารมณ์และเหตุผล 6.ตอบโต้กับคู่แข่งอย่างมีไหวพริบ และ 7.รู้จักสร้างแรง
บันดาลใจให้ผู้บริโภคอยากกลับมาผูกสัมพันธ์กับแบรนด์” นายโอลิเวอร์กล่าว
ทางด้านสูตรมัดใจ ในการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การกำหนด
กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดให้ชัดเจน และเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปพัฒนาสินค้า
บริการ รวมถึงการสื่อสารของแบรนด์ได้อย่างเหมาะสม การเข้าใจถึงตัวตนและความต้องการของผู้บริโภค
คือข้อมูลสำคัญ ที่เปรียบดั่งขุมพลังจะช่วยในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จและก้าวไปสู่
เป้าหมายที่วางไว้
บริษัท วาย แอนด์ อาร์ ได้มีการทำวิจัยเพื่อเข้าใจถึงตัวตนและความต้องการของผู้บริโภคที่อาศัย
อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 427 คน อายุระหว่าง 18-50 ปี ในช่วงปลายปี 2009 ที่ผ่านมา โดยให้
ผู้ตอบแบบสอบถามบอกเล่าถึงความเป็นตัวตนของเขาในปัจจุบันและตัวตนที่เขาอยากจะเป็นในอนาคต
ด้วยการเลือกคุณลักษณะและภาพลักษณ์จำนวน 60 หัวข้อที่ตรงกับความคิดความต้องการของพวกเขา
และนำมาถอดรหัสความเป็นตัวตนที่เขาเป็น (Self Concept) และตัวตนที่เขาอยากจะเป็นในอนาคต (Ideal
Concept) ผ่านทางกรอบความคิดของเครื่องมือที่ใช้สร้าง
แบรนด์ของ วาย แอนด์ อาร์ ซึ่งเรียกว่า Y&Rchetypes.
Y&Rchetypes ถูกพัฒนาขึ้นมาจากทฤษฏีเรื่อง ภาพต้นแบบ (Archetype) ของ Carl Gustav Jung
ที่เชื่อว่า ภาพต้นแบบซึ่งมาจากจริตไร้สำนึกร่วมของมนุษย์ จะส่งผลต่อพฤติกรรมและเป้าหมายของผู้บริโภค
“ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า 72 % ของกลุ่มเป้าหมายที่ทำการศึกษา มีความเป็นเพื่อน (Companion)
และ 67 % มีความเป็นนักผจญภัย (Explorer) เพราะคนกรุงเทพประมาณ 45% มองว่าพวกเขาเป็นมิตร 42%
เป็นคนง่ายๆสบายๆ 41% รักอิสระเสรี 30% ชอบเสาะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเพื่อนที่ดี
(Companion) และนักผจญภัย (Explorer) ที่มีอยู่ในตัวพวกเขา”
ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ ของ วาย แอนด์ อาร์ กล่าวอีกว่า สำหรับสูตร
ประหยัด “แม้เงินจะจำกัด แต่ผลที่ได้รับคุ้มการลงทุน”ซึ่งความสำเร็จของการสร้างแบรนด์อาจไม่ขึ้นอยู่กับ
งบประมาณเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วความคิดสร้างสรรค์ต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญหลักที่จะนำพาแบรนด์
ของธุรกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ