Bilingual Magazine for Traders and Investors in Thailand-China-ASEAN
Home | About us | Our Magazine | Informedia Books | Business Training | Contact us
 
Username :
Password :
new member register | forget
Our Magzine
Editor's Talk
News Update
Special Report
Cover Story
Executive Interview
Export World
FTA Plus
Trade Negotiations
World Market
Trade Fair
Easy Export
Global Business
On the Business Way
Smart SMEs
Money Management
Business School
Trade Report
Export Opportunities
After Work
Executive Car
Recommended Books
Breaking News
Business Training
 
โลกการค้าหน้าแรก | FTA Plus
กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า เรื่องจำเป็นในการใช้สิทธิ FTA ตอนที่ 2
โดย สมบูรณ์พงษ์ พุกกะเวส 17 พฤศจิกายน 2552 00:14 
          ฉบับที่แล้วได้เกริ่นถึงความจำเป็นที่ผู้คนในระบบการค้าของบ้านเราจำต้องมีความรู้ในเรื่องการได้มาของถิ่นกำเนิดของสินค้า
ที่ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้ WTO และ FTA ต่างๆ เพื่อจะได้นำไปปฏิบัติในการขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อตกลงนั้นๆ
ได้อย่างถูกต้อง ฉบับนี้เรามาลงรายละเอียดของหลักเกณฑ์ตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าว่ามีอะไรบ้าง
          ความหมายของกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) หมายถึงการหาสัญชาติของสินค้า 
         กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 
          1.Non-Preferential Rules of Origin เป็นคำวินิจฉัยข้อความบังคับและกฎหมาย ซึ่งออกโดยฝ่ายบริหาร เพื่อใช้บังคับ
กับสมาชิก WTO ในเรื่องของแหล่งกำเนิดสินค้า
          2.Preferential Rules of Origin เป็นคำวินิจฉัยข้อบังคับและกฎหมาย ที่ออกโดยฝ่ายบริหารเช่นกัน แต่มีผลบังคับใช้กับ
สมาชิกที่อยู่ภายใต้สิทธิสัญญาทางการค้าเฉพาะถิ่น หรือเฉพาะที่ ซึ่งหมายถึงเขตการค้าเสรีหรือ FTA ต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในขณะนี้
ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เช่น เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA เขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย
หรือ ITFTA เขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับออสเตรเลีย หรือ TAFTA และเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ หรือ NZTCEPA เป็นต้น
          หลักเกณฑ์ที่ใช้เพื่อการกำหนดแหล่งกำเนิดของสินค้า ทั้ง Non-Preferential Rules of Origin และ Preferential Rules of Origin 
ล้วนแต่ใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ เป็นหลักเกณฑ์เพื่อการกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้าของสินค้าที่ส่งออกไปขายต่างประเทศทั้งสิ้น
          หลักเกณฑ์ที่ใช้เพื่อการกำหนดแหล่งกำเนิดของสินค้า แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 
         1.Wholly Obtained Goods Definition (WO) 
         2.Substantial Transformation Criteria (AT) 
          Wholly Obtained Goods Definition (WO)         
หมายถึง หลักเกณฑ์ที่ใช้แหล่งกำเนิดสินค้า สำหรับสินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออก ที่ผลิตมาจากวัตถุดิบที่ได้มาจากในประเทศใดประเทศ
หนึ่งทั้งหมด หรือสินค้านั้นได้มาจากธรรมชาติในประเทศใดประเทศหนึ่งทั้งหทด โดยไม่มีการนำไปผ่านขบวนการผลิตใดๆ ทั้งสิ้น โดย
ความหมายที่จะแสดงให้เห็นว่าสินค้าที่ส่งออกมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาข้างต้น สามารถดูได้จากคำจำกัดความดังต่อไปนี้
          1.สัตว์มีชีวิตที่เกิดและโตในประเทศนั้น      
คำจำกัดความในข้อนี้ หมายถึงกรณีที่เราส่งสัตว์มีชีวิตจาก ประเทศไทยออกไปขายต่างประเทศ สัตว์ดังกล่าวจะได้แหล่งกำเนิดสินค้า
เป็นประเทศไทย ก็ต่อเมื่อสัตว์ตัวนั้นเกิดและโตในประเทศไทย เช่น กรณีที่ประเทศไทยนำเข้าลูกหมูอายุ 3 เดือน จากประเทศมาเลเซีย
แล้วนำมาเลี้ยงต่อในประเทศไทยอีก 2 เดือนเพื่อให้หมูโตขึ้นแล้วจึงส่งหมูตัวนั้นออกไปขายต่อยังประเทศสิงคโปร์ กรณีเช่นนี้ หมูที่ไทย
ส่งออกจะไม่ได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากหมูตัวนี้เกิดที่ประเทศมาเลเซียและโตมาแล้วในประเทสมาเลเซียเป็นเวลา
3 เดือน ไทยนำเข้ามาเลี้ยงต่ออีก 2 เดือน ดังนั้นแสดงว่าหมูตัวนี้มาโตในประเทศไทยเท่านั้น จึงไม่เข้าเงื่อนไขเกิดและโตในประเทศไทย
ดังนั้นเมื่อไทยส่งหมูตัวนี้ออกไปขายให้สิงคโปร์ ประเทศกำเนิดของหมูตัวนี้ยังคงเป็นประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่ประเทศไทย (ดูรูปที่ 1)
          แต่ถ้าเราต้องการให้ไทยได้แหล่งกำเนิดสินค้า ไทยต้องนำเข้าพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์หมูจากมาเลเซีย แล้วนำพ่อ แม่พันธุ์ของหมูมา
ผสมพันธุ์กันในประเทศไทย เพื่อให้ได้ลูกหมูที่เกิดในประเทศไทย และเมื่อลูกหมูที่เกิดในประเทศไทยแล้วก็เลี้ยงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
จนกระทั่งลูกหมูที่เกิดในประเทศไทยโตขึ้นตามที่ต้องการแล้วจึงส่งขายต่อต่างประเทศ ทำเช่นนี้ลูกหมูท่ส่งออกก็จะได้แหล่งกำเนิดสินค้า
เป็นประเทศไทย (ดูรูปที่ 2)
          2.สัตว์มีชีวิตที่ได้จากการล่า ดัก ตก หรือจับในประเทศนั้น 
ในกรณีนี้ สินค้าสัตว์มีชีวิตที่เราส่งออกจะต้องเป็นสัตว์ที่จับได้ในประเทศไทย ได้มาจากธรรมชาติในประเทศไทย ดังนั้นสัตว์ที่ส่งออก
จึงได้แหล่งกำเนิดในประเทศไทย (รูปที่ 3)
          3.ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์มีชีวิตในประเทศนั้น 
กรณีนี้เป็นกรณีที่สัตว์ในข้อ 1 และข้อ 2 เมื่อเราได้มาแล้ว เราไม่ได้ส่งสัตว์มีชีวิตออกไปนอกประเทศ แต่เรานำสัตว์นั้นไปฆ่าแล้วเอา
เนื้อส่งออกไป กรณีเนื้อสัตว์ที่ส่งออกจะได้แหล่งจะได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศไทยโดยปริยาย ทั้งนี้เพราะตัวสัตว์มีชีวิตนั้นก่อนถูกนำ
มาฆ่าเพื่อเอาเนื้อส่งออกนั้น สัตว์เหล่านั้นได้แหล่งกำเนิดภายใต้เงื่อนไขตามข้อ 1 และข้อ 2 แล้ว ดังนั้นเมื่อตัวสัตว์มีชีวิตได้แหล่งกำเนิดสินค้า
แล้ว เนื้อที่ได้จากการนำสัตว์เหล่านั้นไปฆ่า ก็จะได้แหล่งกำเนิดสินค้าตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ เมื่อมีการส่งเนื้อนั้นออกไปขายต่างประเทศ
(ดูรูปที่ 4)
          4.พืชและผลิตภัณฑ์จากพืชที่ได้จากการเก็บเกี่ยว หรือ คัด ในประเทศนั้น 
กรณีนี้เป็นกรณีของที่ส่งออกเป็นพืชและผลิตภัณฑ์พืช ซึ่งถ้าประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก กรณีที่ส่งออกพืช แสดงว่าพืชที่ส่งออกจะต้อง
มีการเพาะปลูกในประเทศไทย โดยเริ่มตั้งแต่นำเมล็ดมาเพาะปลูก และดูแลจนกระทั่งพืชนั้นเจริญเติบโตขึ้นมาจนใช้การได้ แล้วจึงเก็บเกี่ยว
หรือ คัด เพื่อส่งออกไปายต่างประเทศ พืชเหล่านั้นก็จะได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศไทย แต่ถ้าเราไม่ส่งออกพืช เราส่งผลิตภัณฑ์จากพืช
แสดงว่าเรานำพืชดังกล่าวข้างต้นมาทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ก่อน แล้วจึงนำผลิตภัณฑ์นั้นออกไปขายต่อไป ดัวผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจะได้แหล่งกำเนิด
เป็นประเทศไทยตามไปด้วย ทั้งนี้เนื่องจากพืชที่นำมาทำผลิตภัณฑ์ได้แหล่งกำเนิดเป็นประเทศไทยอยู่แล้ว เช่นเรานำเมล็ดข้าวสาลีมาเพาะปลูก
ในประเทศไทย ดูแลจนต้นข้าวโตสามารถเก็บเกี่ยวได้ ถ้าเราส่งออกเมล็ดข้าวสาลีไปผ่านขบวนการจนได้เป็นแป้งสาลี แล้วจึงส่งแป้งสาลีออก
ไปต่างประเทศ แป้งสาลีจะได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศไทยตามไปด้วย ทั้งนี้เพราะว่าเมล็ดข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้เพื่อผลิตแป้งสาลี
นั้นได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศไทยไปแล้วก่อนหน้านี้ (ดูรูปที่ 5)
          5.ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นตามข้อ 4 
ในข้อนี้ก็เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากข้อ 4 โดยที่วัตถุดิบที่ได้แหล่งกำเนิดสินค้าแล้วในข้อ 4 เช่นเมล็ดข้าวสาลี หรือ แป้งสาลี ซึ่งมีสภาพ
เป็นวัตถุดิบทั้งคู่ ถ้าส่งออกไปต่างประเทศก็จะได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศที่ผลิต ดังกล่าวแล้วในข้อ 4 แต่ถ้าไม่ส่งออก เช่นนำแป้งสาลี
ไปผลิตเป็นขนมปังแล้วจึงส่งขนมปังออกไปขายยังต่างประเทศ ขนมปังนั้นก็จะได้แหล่งกำเนิดสินค้าเป็นประเทศเดียวกันกับประเทศที่ผลิตแป้ง
สาลีในข้อ 4 เพราะเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน (ดูรูปที่ 6) หลักเกณฑ์ที่ใช้เพื่อการกำหนดแหล่งสินค้าของสินค้า ตาม Wholly Obtained Goods
Definition (WO)
         ยังมีอีก 3 ข้อ คงต้องยกยอดไปต่อในฉบับหน้า โปรดติดตามนะครับ
จำนวนคนอ่าน 336 คน

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด
ชื่อ/อีเมล์ ของคุณ
รายละเอียด
Home | About us | Our Magazine | Informedia Book | Business Training | Contact us