Bilingual Magazine for Traders and Investors in Thailand-China-ASEAN
Home | About us | Our Magazine | Informedia Books | Business Training | Contact us
 
Username :
Password :
new member register | forget
Our Magzine
Editor's Talk
News Update
Special Report
Cover Story
Executive Interview
Export World
FTA Plus
Trade Negotiations
World Market
Trade Fair
Easy Export
Global Business
On the Business Way
Smart SMEs
Money Management
Business School
Trade Report
Export Opportunities
After Work
Executive Car
Recommended Books
Breaking News
Business Training
 
โลกการค้าหน้าแรก | Special Report
R3a’ New Trade Area
โดย 17 พฤศจิกายน 2552 00:47 
เส้นทางสายไหมเส้นใหม่ จีนพยายามหา โดยมองลงมาทางใต้ เพื่อหาทางออกสู่ทะเล ภายหลังจีนพยายามผลักดันให้เกิดการก่อสร้างเส้นทาง 2 สาย คือ สาย R3a จากเมืองบ่อหาน เขตปกครองพิเศษสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน เข้ามาทางเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทาของลาว มาถึงเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ระยะทาง 228 กิโลเมตร กับเส้นทางสาย R3b ที่ออกจากเมืองต้าลั่ว เขตปกครองพิเศษสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน เข้ามาทางเมืองเชียงตุงของพม่า มาถึงเมืองท่าขี้เหล็ก ที่อยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 253 กิโลเมตร
          และ Route 3 East (R3e) ถูกยกระดับพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น Route3a (R3a) เชื่อมระหว่างนครคุนหมิง มณฑลหยุนหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน แขวงหลวงน้ำทา แขวงบ่อแก้ว 
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จังหวัดเชียงราย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และทอดยาวไปถึงประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ กำลังจะกลายเป็น
"New Trade Area " ด้านการค้า-การลงทุนระหว่างจีนและกลุ่มประเทศอาเซียนแห่งใหม่ที่มีศักยภาพสูง
 R3a เส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้   
15 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาประเทศ โดยปูพรมสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ทั้งด้านการขนส่งทางบก น้ำ อากาศ การสื่อสาร โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งการคมนาคมทางบก มีการตัดถนนทั้ง ซูเปอร์ไฮเวย์ มอเตอร์เวย์ภายในมณฑล และระหว่างมณฑล ซึ่งการเกิดขึ้นของถนนเป็นการเชื่อมเมือง สู่ภูมิภาคและชนบท ทำให้การขนส่งสินค้า
สะดวกรวดเร็ว สามารถเข้าถึงตลาดและแหล่งวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ตามมา เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ภาคบริการ การท่องเที่ยว
          วันนี้ยุทธศาสตร์ของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของจีน หลังจากมีการเปิดใช้เส้นทางอาร์สามเอ (R3a) เมื่อเดือนเมษายน 2551 โดยใช้เวลา ผลักดันนานกว่าหนึ่งทศวรรษ เพื่อทำให้มณฑลด้านในของ
จีนมี "ประตู" ออกสู่ทะเลทางด้านใต้ หรือมหาสมุทรอินเดียตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor)
          เส้นทาง R3a เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง R3 นับเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ ที่จะนำประเทศไทยไปสู่การเปิดตัวในการแข่งขันทางการค้าภูมิภาคสากลของลุ่มน้ำโขงที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น 
โดยเฉพาะถนนไทย–ลาว–จีน R3a ระยะทาง 250 กม. ส่วนหนึ่งของเส้นทางสายคุนหมิง–กรุงเทพฯ เชื่อมโยงไทย-ลาว-จีน จากเชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อหาร-จิ่งหง-ซือเหมา-คุนหมิง
หรือ คุน-มั่ง กง ลู่ (เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว–ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ติดชายแดนจีนที่เมือง Mohan อ.เหมิ่งล่า เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน)
สะพานข้ามโขง 3 จุดพลุลงทุน 
หลังจากถนน R3a เสร็จสมบูรณ์จะเชื่อมต่อกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ภายใต้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท ที่ไทย-จีน ตกลงที่จะสนับสนุนฝ่ายละ 50% มูลค่าก่อสร้าง 36 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดจุดก่อสร้างแล้วโดยฝั่งลาว จะอยู่ที่บริเวณบ้านดอนขี้น(กิโลเมตรที่ 9) เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ฝั่งไทยจะอยู่ติดบ้านดอนมหาวัน ต.ศรีดอนชัย
อ.เชียงของ จ.เชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงของประมาณ 10 กม.เศษ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2553 โดยประมาณ เปิดใช้ปี 2554 นั่น คือ โอกาสที่จะเกิดขึ้น
ทั้งจีน ลาว และไทย
ไทย-ลาวเดินหน้าสู่ 
Co-Hub Link ทั้งนี้ การขนส่งสินค้าในอนุภูมิภาคอินโดจีนและจีนตอนใต้ในอนาคตอันใกล้ เส้นทางถนนจะเป็นเส้นทางสำคัญ โดยทุกเส้นทางจะมุ่งสู่ประเทศจีน หรืออีกนับหนึ่งถนนทุกเส้น
จะมุ่งสู่ประเทศไทยเป็น Landbridge ไปสู่ประเทศในอาเซียนทางใต้ ในการเข้าถึงเมืองภายในที่เป็นแบบ Door to Door ซึ่งจะมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมถูกกว่าการขนส่งทางทะเล
ซึ่งจะต้องมีค่าขนส่งและค่า Transit / Transfer สินค้าหลายทอด กว่าสินค้าจะส่งไปถึงเมืองชั้นในของภูมิภาค ซึ่งดูเหมือนว่าตรงนี้ ทั้งประเทศไทยและลาวจะได้ประโยชน์ในฐานะเป็น Co-Hub Link
ช่องทางลงทุนหลวงน้ำทา- บ่อเต็น 
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเส้นทางสาย R3a ที่เชื่อมระหว่างชายแดนไทย - ลาว ที่อำเภอเชียง จังหวัดเชียงราย เชื่อมกับเวียงภูคา - ห้วยทราย - หลวงน้ำทา - บ่อเต็น (ลาว) และเชื่อม
ชายแดนลาว - จีน ที่บ่อหาน สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ระยะทาง 254 กม. ปัจจุบันก่อสร้างแล้ว 100% และมีการใช้ประโยชน์จากการขนส่งสินค้าระหว่าง ไทย-ลาวและจีนตอนใต้บ้างแล้ว
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขนส่งสินค้าระหว่างจีนกับลาว ผ่านเส้นทางบ่อเต็น และบ่อหาญ โดยมีรถบรรทุกขนาดใหญ่จากฝั่งจีน ขนสินค้าเข้ามาจำนวนมากเพื่อส่งไปยังเมืองสำคัญในลาว
          ขณะที่สภาพการลงทุนตามถนน R3a พบว่า กลุ่มทุนจากประเทศจีนได้โหมการลงทุนอย่างหนักที่เมืองบ่อเต็น โดยมีการสัมปทานที่ดินเพื่อสร้างเมืองใหม่ โรงแรม และบ่อนกาสิโน ส่วนที่เมือง
หลวงน้ำทา มีการลงทุนปลูกยางพาราจำนวนหลายหมื่นไร่ และโรงแรมขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง อย่างไรก็ตามพบว่า มีกลุ่มทุนจากไทยเข้าไปลงทุนด้วย โดยธุรกิจที่คนไทยเข้าไปลงทุนส่วนใหญ่จะเป็น
ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เพื่อรองรับธุรกิจท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีความพยายามร่วมกันของเอกชนฝ่ายไทยและจีน ในการจับมือเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์เชื่อมโยงระหว่างกัน
‘เชียงรุ่ง’ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ 
หากข้ามฟากไปฝั่งจีนคือ เมืองบ่อหาน หรือโม่ฮาน พบว่ามีความเจริญแตกต่างกับฝั่งลาวอย่างชัดเจน มีด่านพรมแดนขนาดใหญ่และทันสมัย มีอาคารพาณิชย์ ที่พักหลายสิบคูหา พร้อมรองรับ
การลงทุนเต็มที่ บริษัทไทยที่ไปลงทุนศูนย์โลจิสติกส์ที่เมืองบ่อหานเพื่อทำคลังสินค้า ท่าพักคอนเทนเนอร์ สถานีน้ำมัน คือ บมจ.ทรานซ์เอเชีย โลจิสติกส์ และอีก 60 กิโลเมตรก็จะถึงเมืองลา ซึ่งมี
ความเจริญมากเช่นกัน
          ถัดจากเมืองลามุ่งสู่เมืองจิ่งหง หรือเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน พื้นที่ทางผ่านคือ เมืองสิงห์ เมืองนูน เมืองฮา ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก และมีผลต่อภาค
การเกษตรของไทยแน่นอน เพราะปัจจุบันจีนปูพรมปลูกยางพาราจำนวนหลายล้านไร่แทบทุกขุนเขา บางแห่งกรีดน้ำยางใช้ในประเทศได้แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญทั้งข้าว ข้าวโพด
กล้วย ชา ดอกไม้ ผัก ผลไม้ และใบยาสูบ
          จุดสุดท้าย คือ เมืองเชียงรุ่ง ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของจีนติดแม่น้ำโขง กลุ่มบริษัท ไทยแลนด์ โกลบอล ไลเซชั่น อีโคโนมิก แอนด์ โปรโมชั่น เน็ตเวิร์ค ได้เข้าไปลงทุน
ก่อสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม และที่นี่กำลังเปิดต้อนรับ นักท่องเที่ยวไทยเต็มที่ เพราะมีชาวไทลื้อที่พูดภาษาไทยคล้ายกับเชียงใหม่ เชียงราย และยังมีวัฒนธรรม ประเพณี อาหารการกินเหมือน
ชาวเหนือของไทยอีกด้วย
          ที่สำคัญเชียงรุ่งยังมี "ท่าเรือจิ่งหง" ซึ่งมีความทันสมัยรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ทั้งเรือขนส่งสินค้า และนักท่องเที่ยว ซึ่งการขนส่งทางเรือผ่านแม่น้ำโขงมายังท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย 
จีนได้เปรียบมากเพราะมีความเชี่ยวชาญการต่อเรือและเดินเรือในลำน้ำโขง และมีต้นทุนต่ำกว่าทางบก
กลุ่มเศรษฐกิจ Single Market 
เมื่อวิวัฒนาการของระบบการค้าโลกมุ่งเน้นสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจหรือการลงทุนแบบตลาดเดียว (Single Market) มากขึ้น เห็นได้จากความพยายามในการทำข้อตกลง FTA (Free
Trade Agreement) ของประเทศต่างๆ รวมถึงประเด็นร้อนใกล้ตัวของประเทศไทยในโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS (Greater Mekong Sub region:
GMS) ของประเทศไทยร่วมกับอีก 5 ประเทศ คือ ราชอาณาจักรกัมพูชา สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐ
ประชาชนจีน ที่เห็นภาพชัดเจนในการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างกันแล้ว โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ความตกลงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดน (GMS Cross Border Transport
Agreement: GMS CBTA) อย่างเต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2553 นี้ด้วย ขณะนี้จึงเป็นประเด็นท้าทายว่าประเทศสมาชิก GMS จะร่วมผลักดันอย่างไรเพื่อให้เกิดเป็นเส้นทางการค้าที่แท้จริง และได้
ประโยชน์ร่วมกันแบบ win-win situation
          ดังนั้นในฐานะที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ (Geographical Advantage) ในเรื่องสถานที่ตั้ง ทำให้สามารถวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าของภูมิภาคอินโดจีน 
และประตูการค้าสู่อาเซียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเดินหน้าให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือทางการค้า การลงทุน การบริการโลจิสติกส์แบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรมในกลุ่ม GMS ก่อนจะขยาย
ผลความร่วมมือไปสู่ระดับอาเซียน ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนที่จะมีการรวมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียว (Single Market) เพื่อสร้างประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)
ภายในปี 2558
เร่งปรับตัวรับการแข่งขัน 
อย่างไรก็ดีการเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานทางถนนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะผลักดันให้เกิดการค้า การลงทุน แต่ต้องมีปัจจัยสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายและความตกลงระหว่าง
ประเทศเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าข้ามแดน ได้แก่ ความตกลงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดน (GMS Cross Border Transport Agreement: GMS CBTA) และกรอบความ
ตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน ซึ่งครอบคลุมกฎเกณฑ์ด้านยานพาหนะ คนประจำพาหนะ เส้นทางการขนส่ง กฎระเบียบการจราจร ขนาดและน้ำหนัก
ของยานพาหนะ และภาษีอากร เป็นต้น รวมถึงระบบไอที การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งพบว่ายังเป็นอุปสรรคสำคัญอยู่
          นอกจากนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรุก-รับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น เพราะเส้นทางที่เชื่อมโยงกันย่อมเป็นทั้งโอกาสทางการค้า และภัยคุกคามได้ในเวลาเดียวกัน 
โดยเฉพาะกับจีนตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามโรงงานโลก แหล่งผลิตสินค้าราคาถูก และตลาดบริโภคขนาดใหญ่
          แม้การค้า การลงทุนในเส้นทางสายเศรษฐกิจที่พูดถึงมานานกว่า 15 ปี ยังไม่ปรากฎผลเด่นชัดนัก แต่อย่างน้อยการเดินหน้าเพื่อเร่งรัดการดำเนินงานที่จะทำให้มีการลดปัญหา อุปสรรค 
ที่เกิดขึ้นของภาครัฐและเอกชนไทยถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ดี สำหรับผู้ประกอบการไทยที่จำเป็นต้องเร่งศึกษารายละเอียดและพัฒนาตนเองอย่างรวดเร็วเพื่อหาช่องทางธุรกิจและใช้ประโยชน์
จากความร่วมมือ GMS เพราะหากช้าไปเส้นทางที่ประเทศไทยคาดหวังว่าจะเป็นโอกาสทางการค้า อาจจะกลับกลายเป็นการเปิดประตูให้สินค้าราคาถูกจากจีนเพียงฝ่ายเดียวก็เป็นได้
จำนวนคนอ่าน 377 คน

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด
ชื่อ/อีเมล์ ของคุณ
รายละเอียด
Home | About us | Our Magazine | Informedia Book | Business Training | Contact us