Bilingual Magazine for Traders and Investors in Thailand-China-ASEAN
Home | About us | Our Magazine | Informedia Books | Business Training | Contact us
 
Username :
Password :
new member register | forget
Our Magzine
Editor's Talk
News Update
Special Report
Cover Story
Executive Interview
Export World
FTA Plus
Trade Negotiations
World Market
Trade Fair
Easy Export
Global Business
On the Business Way
Smart SMEs
Money Management
Business School
Trade Report
Export Opportunities
After Work
Executive Car
Recommended Books
Breaking News
A S E A N U p d a t e
Business Training
 
โลกการค้าหน้าแรก | Cover Story
ไทย-จีน ใครได้! ใครเสีย!!
โดย 17 พฤศจิกายน 2552 00:58 
          จีนนับเป็นประเทศแรกที่ไทยเริ่มเจรจาทำเอฟทีเอ (free trade area) และมีการเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2546 
ภายใต้สินค้าประเภทผักและผลไม้ 116 รายการในกรอบพิกัด 07-08 ก่อนจะมีการขยายกรอบไปสู่สินค้าประเภทอื่นๆ
          แม้ว่าโดยภาพรวมการค้าไทยจะส่งเข้าไปขายในจีนได้มากขึ้นหลังการเปิดเอฟทีเอ แต่หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่าสินค้า
เกษตรของไทยบางชนิดโดยเฉพาะกระเทียมที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายจ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ และบางอำเภอเชียงของ จ.เชียงรายได้รับ
ผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากกระเทียมจีนที่ราคาถูกกว่าเข้ามาตีตลาด รวมถึงผลไมยอดนิยม เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ และผักสด ที่ทะลักเข้ามาเป็น
ว่าเล่น
          สำหรับตัวเลขมูลค่าการค้าล่าสุดในปี 2551 ที่ผ่านมาพบว่ามีมูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-จีนมีทั้งสิ้น 36,246.7 ล้านเหรียญสหรัฐ 
          โดยไทยนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 20,055.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.61 ในการขณะที่การส่งออกสินค้าจากไทยไป
จีนมีเพียง 16,190.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.05 ไทยขาดดุล 3,865.0 ล้านบาท
          ซึ่งหากพิจารณาตัวเลขการค้าดังกล่าวจะพบว่ายอดการนำเข้าโตกว่ายอดการส่งออกถึง 1 เท่าตัว 
          สินค้านำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรกจากจีนคือ 
          1.เครื่องคอมพิวเตอร์ 
          2.เครื่องจักรไฟฟ้า 
          3.เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 
          4.เครื่องจักรกล 
          5.เหล็ก เหล็กกล้า 
          ในขณะที่การส่งออกสินค้าของไทยไปจีน 5 อันดับแรกคือ 
          1.เครื่องคอมพิวเตอร์ 
          2.ยางพารา 
          3.น้ำมันสำเร็จรูป 
          4.เม็ดพลาสติก 
          5.เคมีภัณฑ์ 
         ที่เกริ่นมาทั้งหมดก็เพราะว่าได้มีความเคลื่อนไหวล่าสุดไทยเตรียมจัดทำ “ความตกลงทางการค้า” (Trade Agreement) ร่วมกับจีน
นอกเหนือจากการทำเอฟทีเอที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้
          ความตกลงทางการค้ามีข้อแตกต่างจากเอฟทีเอ เพราะเป็นความพอใจระหว่างสองประเทศที่อยากแลกเปลี่ยนอะไรก็มาตกลงกัน
แบบเฉพาะกิจ ถ้ามองว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ หรือ WIN-WIN ก็สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องสนใจข้อตกลงในกรอบของเอฟทีเอ
          เช่นก่อนหน้านี้ที่ประเทศไทยและยูเครน/อิสราเอลได้ตกลงให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงทางการค้าระหว่างกัน โดยมีสาระสำคัญคือ 
          1. ให้การปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (most — favoured — nation) ในด้านการสินค้าระหว่างกัน ตามหลักเกณฑ์ของ
องค์การการค้าโลก (WTO) และเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของแต่ละประเทศ
          2. สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการติดต่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน ผ่านทางการแลกเปลี่ยนการเยือนของคณะผู้แทนและ
นักธุรกิจ การจัดนิทรรศการ การแสดงสินค้า การแบ่งปันข้อมูลทางการค้า รวมทั้งการจัดตั้งธุรกิจในประเทศทั้งสอง
          ในขณะที่เอฟทีเอ เป็นการรวมตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รูปแบบหนึ่ง ที่เน้นการลดอุปสรรคทางการค้าทั้งที่เป็นมาตรการ
ภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อเปิดเสรีให้การค้าขายระหว่างประเทศสมาชิกที่เป็นคู่สัญญาสะดวกและเสรีมากขึ้น ซึ่งการทำเอฟทีเอจะทำสอง
ประเทศหรือมากกว่าเป็นระดับภูมิภาคก็ได้ ซึ่งที่รู้จักกันดีก็เช่น เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ
หรือนาฟตา แต่ไม่ว่าจะขนาดเท่าไร หลักการของเอฟทีเอก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
          เพราะฉะนั้น คนไทยต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่าข้อตกลงทางการค้าไทย-จีน จะทำให้เราได้เปรียบเสียบเปรียบอย่างไรบ้าง!!!
จำนวนคนอ่าน 520 คน

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด
ชื่อ/อีเมล์ ของคุณ
รายละเอียด
Home | About us | Our Magazine | Informedia Book | Business Training | Contact us