งานแสดงสินค้า China Asean Expo 2009 หรือ CAEXPO ครั้งที่ 6 ณ เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี ระหว่างวันที่ 20-24 ตุลาคม
ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ครั้งสำคัญของกลุ่มประเทศอาเซียนกับจีน
และหน่วยงานที่มีบทบาทของประเทศไทยในการนำผู้ประกอบการไปเปิดบูธแสดงสินค้า สำรวจลู่ทางการค้าก็คือ “กรมส่งเสริมการ
ส่งออก”
ราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าทันทีภายในงานกว่า
450,000 เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% ซึ่งเชื่อว่าไทยจะแย่งส่วนแบ่งการซื้อขายได้ไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
“รัฐบาลจีนและผู้นำในภูมิภาคอาเซียนจะร่วมในพิธีเปิด เนื่องจากทุกประเทศเห็นว่ากวางสีเป็นประตูการค้าสู่จีนที่มีประชากร 1,400
ล้านบาท ในขณะที่ไทยเป็นประตูการค้าสู่กลุ่มอาเซียนที่มีประชากรกว่า 550 ล้านคน โดยปี2551 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนขยายตัว17%
เฉพาะการค้าไทยกับกว่างสีมีมูลค่า 5,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ”นายราเชนทร์ กล่าว
สำหรับฮอลของเมืองไทยมีพื้นที่มากถึง 2,100 ตารางเมตร 122 คูหา ซึ่งสินค้าที่จะนำไปจัดแสดงเป็นสินค้าด้านสุขภาพ เครื่องใช้
ตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องหนัง และอาหาร โดยมีผู้ประกอบการร่วมออกบูธจำนวน 107 ราย
นอกจากการขายสินค้าแล้วยังกันพื้นที่ 200 ตารางเมตรสำหรับจัดนิทรรศการเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ (City of Charm) โดยประเทศไทย
ได้คัดเลือกจัดนิทรรศการแสดงภาพลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ เน้นศักยภาพของท่าอากาศสุวรรณภูมิ ท่าเรือเอกชน และการท่องเที่ยว
จังหวัดสมุทรปราการ
“งานนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงไทย-จีน ซึ่งที่ผ่านมายุทธศสตร์ของกรมฯคือทำอย่างไรไทยกับจีนจะค้าขายกันได้มากขึ้น
อันดับแรกคือการสร้างความสัมพันธ์กับแต่ละมณฑล แต่เดิมการค้ากระจุกในกงวางโจว เสินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ ตอนนี้เริ่มกระจายเข้าไปในมณฑล
ต่างๆซึ่งจะทำให้คนรู้จักสินค้าไทยมากขึ้น การค้าขายดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น การลงทุนดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากข้อตกลงอาเซียน-จีน
ซึ่งมีส่วนในการลดภาษีทำให้การค้าดีขึ้น นักลงทุนจีนกล้าเข้ามาลงทุนในเมืองไทยมากขึ้นเพราะรู้ว่าถึงที่สุดแล้วต้นทุนด้านภาษีจะไม่มี
ลอจิสติกส์เชื่อมโยงทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ความมั่นใจก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น” คุณราเชนทร์ กล่าว
อธิบดีกรมฯ ส่งออกกล่าวอีกว่าก่อนปี 46 ไทยส่งออกไปจีนไม่ถึง 5% วันนี้ส่งออก 11% ปีนี่ส่งออกผลไม้ทั่วโลกตกต่ำ แต่ที่จีนขยาย
ตัวกว่า 30% ปัญหาในแต่ละมณฑลมีบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการค้าขาย เนื่องจากวิธีปฏิบัติไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม การที่กรมฯไปเปิด
สำนักงานในเซี่ยงไฮ้ คุณหมิง กวางโจว หนานหนิง เซียะเหมิน ซีอาน ปักกิ่ง ก็คลี่คลายปัญหาดังกล่าวได้พอสมควร ซึ่งรสนิยมคนจีนนิยมสินค้า
นำเข้า และสินค้าไทยมีคุณภาพดีทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จีนจะขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกเบอร์ 1 ของไทย จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 3 รองจากสหรัฐฯและญี่ปุ่น”
อธิบดีกรมฯ ส่งออกกล่าวทิ้งท้าย
ด้านกาญจนา พงษ์พานิช ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้า เมืองหนานหนิง กล่าวว่า ตนเพิ่งเดินทางมาประจำการที่เมืองหนานหนิง
ได้ประมาณ 4 เดือน ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ยอมรับว่าคนหนานหนิงมีอัธยาศัยไมตรีดีมาก ประเพณีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับคนไทย
ที่สำคัญคือนิยมบริโภคสินค้าไทยอย่างมาก
“ชาวหนานหนิงก็เหมือนชาวจีนทั่วไปที่ชอบผลไม้ไทย ทั้งทุเรียน มะม่วง มังคุด เชื่อว่าจะเป็นอีกเมืองที่สินค้าไทยเจาะตลาดได้ไม่ยาก
ทั้งการส่งเข้าไปขายและเข้าไปลงทุนโดยตรง” จึงเชื่อว่าผู้ประกอบการไทยที่ขนสินค้าไปออกบูธที่หนานหนิงปีนี้คงโกยเงินหยวนกลับบ้านเต็มกระเป๋า!!!