Bilingual Magazine for Traders and Investors in Thailand-China-ASEAN
Home | About us | Our Magazine | Informedia Books | Business Training | Contact us
 
Username :
Password :
new member register | forget
Our Magzine
Editor's Talk
News Update
Special Report
Cover Story
Executive Interview
Export World
FTA Plus
Trade Negotiations
World Market
Trade Fair
Easy Export
Global Business
On the Business Way
Smart SMEs
Money Management
Business School
Trade Report
Export Opportunities
After Work
Executive Car
Recommended Books
Breaking News
Business Training
 
โลกการค้าหน้าแรก | Cover Story
ฯพณฯ อ่อง เต็ง “ไทยลงทุนในเมียนม่าร์เป็นอันดับ 1 แต่ค้าชายแดน จีนมากที่สุด”
โดย 17 พฤศจิกายน 2552 01:17 
          สำหรับประเทศที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศไม่สูงนักอย่างเมียนม่าร์ การลงนามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน 
คงไม่ได้รับอานิสงส์โดยตรงมากนัก
          แต่ในฐานะสมาชิกอาเซียน และเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เมียนม่าร์จะเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับการ
ผลิตเพื่อการส่งออกของมวลหมู่สมาชิกอาเซียนทั้งมวล
          ฯพณฯ อ่อง เต็ง เอกอัครราชทูตสหภาพพม่า ประจำประเทศไทย เปิดสถานทูตริมถนนสาทร ให้ทีมงานนิตยสาร “โลกการค้า” 
ได้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของเมียนม่าร์ในวันนี้
          “สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเมียนม่าร์ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย เนื่องจากเมียนม่าร์ไม่ได้สัมผัส 
และติดต่อกับโลกตะวันตกมากนัก พื้นฐานการค้าของเมียนม่าร์ก็ไม่ใช่การค้ากับโลกตะวันตก แต่อาศัยทรัพยากรที่มีอย่างอุดม
สมบูรณ์ในประเทศ คู่ค้าของเมียนม่าร์ส่วนใหญ่ ได้แก่ เพื่อนบ้าน เช่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย มากกว่าค้ากับโลกตะวันตก
ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากคือประเทศที่ทำการค้ากับสหรัฐฯ และยุโรป ถ้าเขาไม่ซื้อสินค้า ประเทศคู่ค้าก็เลยมีปัญหา
อีกอย่างหนึ่ง ปริมาณการค้าของเมียนม่าร์ยังต่ำ ไม่เหมือนประเทศไทย และประเทศที่พัฒนาแล้ว
          
“เมียนม่าร์กำลังมีแผนการพัฒนาประเทศใน 2 ด้าน คือ ด้านแรก พัฒนา 14 รัฐ 24 เขตโดยให้แต่ละเขตวางแผน และ
จัดทำโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเศรษฐกิจ อีกด้านหนึ่งเป็นโครงการพัฒนาชายแดนระหว่างเมียนม่าร์กับประเทศเพื่อนบ้าน
โดยเรามีแนวคิดว่าถ้าจะพัฒนาประเทศให้สมบูรณ์แบบ ก็ต้องพัฒนาชนบทก่อน โดยเริ่มจาก 5 โครงการ ได้แก่ โรงเรียน โรงพยาบาล
เขตปกครองที่มีคุณภาพ เขตท้องที่ แล้วค่อยขยายเป็น 14 รัฐ 24 เขต อีกด้านหนึ่งต้องพัฒนาพลังงานเชื้อเพลิงเพื่อทดแทนน้ำมัน
ปลูกสบู่ดำ ผลิตไบโอดีเซล ลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ
          “สำหรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ มี 4 ข้อ ได้แก่ 1) ใช้พื้นฐานด้านการเกษตร รัฐบาลปัจจุบันไม่มีอุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่ มีแต่อุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลาง มีแต่ทางการเกษตร จึงใช้เกษตรกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ 2) เปิดตลาดการค้า
แต่ก่อนในระบบสังคมนิยม เป็นเวลา 26 ปี คนส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์การค้าระบบเปิด จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อเปิดตลาดภายนอก
3) เชิญชวนการลงทุนจากต่างประเทศและภายในประเทศ ปัจจุบันในเมียนม่าร์มีการลงทุนขุดเจาะน้ำมัน และผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเล
และ 4) เศรษฐกิจของเมียนม่าร์ต้องอยู่ในมือของประชาชนชาวเมียนม่าร์ ต้องมีอำนาจต่อรองมากพอ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
ชาวเมียนม่าร์ หรือรัฐบาลพม่าเท่านั้น ที่ต้องกำหนดเช่นนี้ ก็เพราะคนเมียนม่าร์ยังไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมของนักลงทุน ถ้าไม่ระวัง นักลงทุนจะ
ฮุบหมด ตัวอย่างเช่น คนต่างชาติซื้อที่ดิน หรือคอนโดในเมียนม่าร์ไม่ได้ ถ้าจะสร้างอาคารขนาดใหญ่ อาจให้ใช้แค่ 30 ปี จากนั้นต้องส่ง
มอบให้ทางการหรือคนท้องถิ่น
          “ปัจจุบันประเทศที่ลงทุนในเมียนม่าร์รายใหญ่ คือ ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 จีนลงทุนเป็นอันดับ 4 แต่การค้าชายแดน จีนมากที่สุด 
สินค้าที่เมียนม่าร์ต้องการซื้อ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกี่ยวกับไฟฟ้า สายไฟ การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม เช่น ถนน รถไฟ โรงงานพลังน้ำ เป็นต้น”
จำนวนคนอ่าน 222 คน

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด
ชื่อ/อีเมล์ ของคุณ
รายละเอียด
Home | About us | Our Magazine | Informedia Book | Business Training | Contact us