บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) วางแผนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 เพื่อรองรับผู้โดยสาร
จากเดิม 45 ล้านคนต่อปี เป็น 65 ล้านคนต่อปี
คุณปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์นิตยสารโลกการค้า ถึงแผนงานขยาย
และพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปี 2553-2556 ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี เพื่อบรรเทาความแออัดของอาคารผู้โดยสารหลัก ในส่วนของอาคาร
ผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างนำเข้าคณะกรรมการแผนวิสาหกิจและงบประมาณ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
“การขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในอนาคต จะช่วยเพิ่มรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ในด้านต่างๆ ได้แก่
1) โครงการ Community Mall ซึ่งจะตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนที่พักอาศัยในบริเวณรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร
ประกอบด้วย หมู่บ้านครอบครัวใหม่ มีเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงชั้นประถมศึกษา อพาร์ตเม้นท์สำหรับผู้บริหารหรือพนักงานที่ปฏิบัติงานภายใน
ท่าอากาศยานจำนวนมาก ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายและตรงกับความต้องการ เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก สปา
ทันตกรรม ร้านหนังสือ ศูนย์เช่าและจำหน่ายวิดิโอ โรงเรียนสอนภาษาและดนตรี และร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์มือถือ เป็นต้น
2) โครงการให้เอกชนร่วมทุนพัฒนาธุรกิจบนที่ดินแปลง 37 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งผลการศึกษาทบทวน Master Plan เห็นว่าจะ
ได้รับผลกระทบทางด้านเสียงและความสูงจากการก่อสร้างทางวิ่งที่ 4 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในระยะเวลา 10 ปี และองค์การการบินพลเรือน
ระหว่างประเทศ (ICAO) เสนอให้ใช้พื้นที่บริเวณด้านทิศใต้จำนวน 600 ไร่ สำหรับใช้พัฒนาธุรกิจเชิงพาณิชย์แทน”
สำหรับโครงการที่เหลืออีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการให้เอกชนดำเนินการก่อสร้างและบริหารคลังสินค้าส่วนกลาง ภายในบริเวณเขตปลอด
อากรที่สำรองไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต ประมาณ 40,000 ตารางเมตร ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นคลังสินค้าสำหรับผู้ขนส่งสินค้าขนาดกลางและเล็ก
รวมทั้งสินค้าตามฤดูกาล คลังสินค้าสำหรับเพิ่มมูลค่าสินค้า ตลอดจนพื้นที่สำหรับขนส่งสินค้าเร่งด่วนทางอากาศ
ส่วนอีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการศูนย์ธุรกิจรถยนต์ครบวงจร เช่น คาร์แคร์ ศูนย์ซ่อมรถยนต์โชว์รูมรถยนต์ร้านเครื่องเสียงและประดับยนต์
ร้านเปลี่ยนยาง และอื่นๆ เพื่อให้บริการรถยนต์ และรถยนต์สาธารณะที่เข้าไปในบริเวณท่าอากาศยาน
ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแบ่งออกเป็น กลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศใช้เงินลงทุน 9,133 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มโครงการ
ในปี 2553 และเสร็จสิ้นในปี 2556 สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 20 ล้านคนต่อปี หลุมจอดประชิดอาคาร 15 หลุม
และกลุ่มอาคาร Midfield เงินลงทุน 73,739 ล้านบาท คาดว่าเริ่มโครงการได้ในปี 2554 และแล้วเสร็จในปี 2559 สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่ม
ขึ้น 15 ล้านคนต่อปี หลุมจอดประชิดอาคาร 28 หลุมสำหรับอากาศยานขนาดใหญ่ รวมทั้ง A380 และเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 19 เที่ยวบิน
คุณปิยะพันธ์ กล่าวในที่สุดว่า “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ หากสามารถรักษาสถานภาพการเป็นศูนย์กลางการ
ขนส่งทางอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ได้ จะส่งผลให้ประเทศไทยมีรายได้ทั้งจากการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าได้มากขึ้น”