ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ลุยช่วยเหลือผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย ให้ผ่านพ้นภาวะ
วิกฤตการเงินโลก ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2552 ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่ 34,684 ล้านบาท หรือ 93% ของเป้าหมายรวมทั้งปี ซึ่งตั้ง
ไว้ 37,202 ล้านบาท
ดร.อภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการ เอ็กซิมแบงก์กล่าวว่า “เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเดิมของ เอ็กซิมแบงก์ ที่ตั้งไว้สำหรับปี
2552 คือ 19,702 ล้านบาท และได้รับมอบหมายให้ปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ตามโครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็กของรัฐบาลอีก
17,500 ล้านบาท รวมเป็นเป้าหมายวงเงินอนุมัติใหม่ในปี 2552 จำนวนทั้งสิ้น 37,202 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เราได้อนุมัติ
วงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการไปแล้วเป็นวงเงิน 34,684 ล้านบาท คิดเป็น 93% ของเป้าหมาย ในจำนวนนี้เป็นการอนุมัติวงเงินสินเชื่อ
ภายใต้โครงการเอ็กซิมเครดิตฟาสต์แทร็กจำนวน 6,633 ล้านบาท คิดเป็น 190% ของเป้าหมาย 3,500 ล้านบาทที่กำหนดไว้”
กรรมการผู้จัดการ เอ็กซิมแบงก์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 ธนาคารมีสินทรัพย์ 62,265 ล้านบาท มียอดคงค้าง
เงินให้สินเชื่อจำนวน 47,245 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 และเพิ่มขึ้นเป็น 50,490 ล้านบาท ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 ทั้งนี้
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2552 เอ็กซิมแบงก์มีกำไรสุทธิ 160 ล้านบาท
ดร.อภิชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากสินเชื่อเพื่อส่งออกแล้ว ธนาคารยังบรรลุเป้าหมายการให้บริการประเภทอื่นๆ ด้วย ได้แก่
โครงการประกันการส่งออก (EXIMSurance) เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แก่ผู้ส่งออกไทยจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อ
ในต่างประเทศ ในช่วง 9 เดือนธนาคารได้อนุมัติวงเงินรับประกันการส่งออกจำนวน 4,734 ล้านบาท คิดเป็น 125% ของเป้าหมาย มียอด
แจ้งประกันการส่งออกจำนวน 29,785 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของเป้าหมาย และภาระผูกพันการรับประกันจำนวน 14,829 ล้านบาท ซึ่ง
เพิ่มขึ้นเป็น 16,290 ล้านบาท ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552
“สำหรับอีก 2 โครงการ คือ โครงการบริการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ (Buyer’s Credit) เป็นบริการใหม่ตั้งแต่เดือน
กันยายน 2552 เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทย โดย EXIM BANK จะนำเสนอเงินกู้
หรือแหล่งเงินกู้เพื่อให้ผู้ซื้อในต่างประเทศนำไปใช้ซื้อสินค้าไทย ทั้งนี้ ปัจจุบัน EXIM BANK ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับธนาคาร
ในต่างประเทศภายใต้โครงการ Buyer’s Credit เป็นวงเงินรวม 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ ธนาคารในอินโดนีเซียและรัสเซีย รวมทั้งอยู่
ระหว่างการลงนามกับธนาคารในศรีลังกา 3 แห่ง วงเงินรวม 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
“และ โครงการสินเชื่อเพื่อซัพพลายเออร์ส (EXIM for Your Suppliers) เป็นบริการใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 เพื่อเพิ่ม
สภาพคล่องให้กับซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตเพื่อผู้ส่งออกซึ่งเป็นลูกค้าของ EXIM BANK โดยในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2552
EXIM BANK ได้อนุมัติวงเงินให้แก่ผู้ส่งออกรวม 188 ราย วงเงิน 2,098 ล้านบาท”
ดร.อภิชัย บุญธีรวรกล่าวในที่สุด