อุตสาหกรรมเหมืองแร่เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของ สปป.ลาว เนื่องจากการเข้าไปสำรวจ ลงทุน และพัฒนาเหมืองแร่
ของทั้งนักลงทุนท้องถิ่นและนักลงทุนต่างชาติ ใน สปป.ลาว รวมถึงการส่งออกแร่ของ สปปงลาว เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้การ
ลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของ สปป.ลาวสูงเป็นอันดับสองรองจากอุตสาหกรรมพลังงาน
แหล่งแร่สำคัญของ สปป.ลาวจำแนกตามประเภทของทรัพยากรแร่ ได้ดังนี้
1. ทองคำ สปป.ลาว มีแหล่งแร่ทองคำกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะแขวงสะหวันนะเขต กรุงเวียงจันทน์
แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงต่างๆ ในภาคเหนือ ปัจจุบัน สปป.ลาว มีเหมืองแร่ทองคำเชิงพาณิชย์ 2 แห่ง ได้แก่ เหมืองเซโปน
และเหมืองพูเบีย ทำให้ สปป.ลาว มีปริมาณการผลิตทองคำถึง 6,338 ตัน ในปี 2548 นับเป็นประเทศที่มีปริมาณการผลิตทองคำมากที่สุด
ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
2. ทองแดง สปป.ลาว มีแหล่งแร่ทองแดง 46 แห่ง กระจายอยู่ในแขวงสะหวันนะเขต แขวงพงสาลี แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซ
และแขวงเชียงของ ปัจจุบันเหมืองแร่ทองแดงเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว คือ เหมืองเซโปน ซึ่งผลิตทองแดงได้ถึง 30,480 ตัน
ในปี 2548 ทำให้ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีการผลิตทองแดงมากที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
นอกจากเหมืองทองคำและทองแดงแล้ว สปป.ลาว ยังมีเหมืองถ่านหิน สังกะสี รวมทั้งอัญมณีอีกเป็นจำนวนมากที่ดำเนินการอยู่
ในปัจจุบันรวมทั้งมีการสำรวจแหล่งแร่และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเหมืองแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายสำคัญในการทำเหมืองแร่ใน สปป.ลาว ได้แก่ ค่าเช่าที่ดิน ปีละ 0.5-12 ดอลล่าร์สหรัฐฯ/เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์เท่ากับ 6.25 ไร่)
ค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายแร่ที่ขุดได้เป็นเงินร้อยละ 3-5 ของมูลค่าแร่ที่จำหน่าย และภาษีกำไร
ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ในปี 2568 อุตสาหกรรมเหมืองแร่จะสร้างรายได้ให้แก่ สปป.ลาว สูงถึง 2,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ คิดเป็น
ร้อยละ 25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product :GDP) และก่อให้เกิดการจ้างแรงงาน 15,000 คน