Bilingual Magazine for Traders and Investors in Thailand-China-ASEAN
Home | About us | Our Magazine | Informedia Books | Business Training | Contact us
 
Username :
Password :
new member register | forget
Our Magzine
Editor's Talk
News Update
Special Report
Cover Story
Executive Interview
Export World
FTA Plus
Trade Negotiations
World Market
Trade Fair
Easy Export
Global Business
On the Business Way
Smart SMEs
Money Management
Business School
Trade Report
Export Opportunities
After Work
Executive Car
Recommended Books
Breaking News
Business Training
 
โลกการค้าหน้าแรก | World Market
จีน : จุดประกายความหวังขับเคลื่อนภาคส่งออกไทยในปี 2553
โดย ปฤกษ์ ทิพยโกศัย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 20 ธันวาคม 2552 18:50 
วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2551 ส่งผลกระทบ ต่อภาคส่งออกของไทยอย่างรุนแรง ทั้งนี้ นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2551 จนถึงไตรมาส 2 ปี 2552 มูลค่าส่งออกของไทยหดตัวในระดับสองหลัก อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าส่งออกลดลงเหลือเพียงเดือนละ 10,000-12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
          เทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตที่การส่งออกของไทยในแต่ละเดือนสูงถึง 15,000-17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม 
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การส่งออกของไทยเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ โดยในเดือนตุลาคม 2552
การส่งออกมีมูลค่า 14,812 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เริ่มขยับใกล้เคียงกับมูลค่าส่งออกในช่วงก่อนเกิดวิกฤต ทั้งนี้ หากพิจารณา
รายละเอียดของมูลค่าส่งออกพบว่า การส่งออกของไทยไปจีนกำลังขยายตัวอย่างมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญประการหนึ่ง
ที่ทำให้การส่งออกโดยรวมของไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ
          จีนเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมากจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในรอบนี้ โดยเศรษฐกิจจีนชะลอการขยายตัวลงมาอยู่
ที่ระดับ 6.1% ในไตรมาสแรกปี 2552 ต่ำสุดในรอบ 17 ปี ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปจีนในช่วงดังกล่าวหดตัวอย่างรุนแรง
โดยในเดือนมกราคม 2552 มูลค่าส่งออกของไทยไปจีนอยู่ที่ราว 830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวลงกว่า 40% จากช่วงก่อนเกิด
วิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งไทยเคยส่งออกไปจีนสูงถึง 1,400-1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
         อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจ (Stimulus Package) มูลค่า 4 ล้านล้านหยวน รวมถึงมาตรการอัดฉีดสินเชื่อมูลค่ามหาศาลเข้าสู่ระบบ ส่งผลให้เศรษฐกิจ
จีนฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 7.9% ในไตรมาส 2 และ 8.9% ในไตรมาส 3 ขณะที่หลายฝ่ายคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะกลับมา
ขยายตัวทะลุระดับ 10% อีกครั้งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2552
         ด้วยอานิสงส์จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปจีนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจนสามารถ
กลับมาขยายตัวได้อีกครั้งนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 เป็นต้นมา ด้วยมูลค่าส่งออกราว 1,400-1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ไทยส่งออกได้ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ สินค้าส่งออกของไทยไปจีนหลายรายการกลับมา
ขยายตัวอย่างเห็นได้ชัดและทำลายสถิติมูลค่าส่งออกสูงสุดได้แล้ว อาทิ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้า
ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เป็นต้น
          การส่งออกของไทยไปจีนที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าส่งออกของไทยไปจีนเทียบกับมูลค่าส่งออก
โดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในปี 2551 เป็น 10.2% ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2552 ซึ่งเรียกได้ว่าไล่กวดบรรดาตลาดส่งออกหลัก
อื่นๆ ของไทยมาติดๆ ทั้งสหรัฐฯ (สัดส่วน 11.0%) และญี่ปุ่น (10.3%) และหากมองไปในระยะข้างหน้า แม้ว่ารัฐบาลจีนอาจต้อง
แตะเบรกเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ แต่หน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญส่วนใหญ่เชื่อว่า เศรษฐกิจจีนจะ
ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ตรงข้ามกับประเทศเศรษฐกิจหลักทั้งหลายซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง โดยเฉพาะจาก
ปัญหาการว่างงานและหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังแก้ไม่ตก เมื่อประกอบกับปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน-จีน (ASEAN-
china FTA : ACFTA) ซึ่งกำหนดให้คู่เจรจาลดภาษีศุลกากรระหว่างกันให้เหลือ 0% สำหรับสินค้าปกติ (Normal List) ภายใน
วันที่ 1 มกราคม 2553 ก็น่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกไปจีนได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เชื่อว่าการส่งออกของไทยไปจีนจะมีบทบาท
สำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกโดยรวมของประเทศให้กลับมาเป็นฮีโร่หนุนนำเศรษฐกิจไทยได้อีกครั้ง พร้อมๆ กับการที่จีนจะ
เปลี่ยนสถานะจากการเป็นตลาดส่งออกใหม่กลายมาเป็นตลาดส่งออกหลักที่สำคัญของไทยในอีกไม่ช้า

จำนวนคนอ่าน 180 คน

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด
ชื่อ/อีเมล์ ของคุณ
รายละเอียด
Home | About us | Our Magazine | Informedia Book | Business Training | Contact us